หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

UFO : Phenomenon / CD (2000 EMI Records 7243 5 24628 2 7)


ALBUM: Phenomenon
ARTIST: UFO
LABEL: 2000 EMI Records (7243 5 24628 2 7)

SONG : 10 SOUND : 9 +
แผ่นธรรมดา-ผลิตในอเมริกา

Rock ’n Roll will never die - The Great Remastered Rock Albums

นี่เป็นงานอัลบั้มที่ดีที่สุด และประสบความสำเร็จสูงสุดของวงดนตรี ‘ควอตเท็ต-ฮาร์ด ร็อค’ ของอังกฤษที่มีชื่อวงว่า UFO

ในปี 1969 UFO เริ่มก่อตั้งขึ้นมาจากสมาชิก 4 คน คือ Phil Mogg (ร้องนำ), Mick Bolton (กีต้าร์), Pete Way (เบส) และ Andy Parker (กลอง) เพื่อเล่นดนตรีในคลับที่อังกฤษ ซึ่งในตอนแรกนั้นไม่ได้ใช้ชื่อวงว่า UFO แค่รู้จักกันในนามว่า Hocus Pocus ต่อเมื่อเริ่มมีอัลบั้มออกมาสองชุดในปี 1971 คือชุด ‘UFO 1’ กับ ‘UFO 2 -- Flying’ ชื่อของ UFO ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส และเยอรมนี แต่ยังไม่เป็นที่ต้องหูต้องตาของคนฟังทั้งจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา



และแล้วในปี 1974 ก่อนที่จะเริ่มทำอัลบั้มชุด Phenomenon ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่สามของวง โชคชะตาก็กลับมาพลิกผัน เมื่อ Mick Bolton มือกีต้าร์ลาออกจากวงไป และทางวงได้มือกีต้าร์สัญชาติเยอรมันชื่อว่า Michael Schenker ซึ่งทีแรกนั้นเพียงแค่จะเข้ามารับหน้าที่เล่นกีต้าร์แทนเฉพาะสำหรับการบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้เท่านั้น แต่หลังจาก Phenomenon ออกวางตลาด มันก็ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี..

ดีที่สุดเมื่อเทียบกับงานอัลบั้มทั้งหมดที่พวกเขาทำออกมาก่อนหน้านี้!

แม้ว่าวันที่ไมเคิล แชงเกอร์ร่วมงานกับ UFO เขาแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่ ‘ภาษากีต้าร์’ แบบดิบๆ ดุๆ ด้วยสำเนียงเยอรมันที่ชัดถ้อยชัดคำทุกเม็ดของเขาก็สามารถชนะใจคนฟังไปทั่วโลก

เมื่อเอ่ยถึงวง UFO แทบจะทุกเพลงดังที่นึกขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็น Rock Bottom, Doctor Doctor และเพลงบรรเลงที่สุดจะสวยสดอย่าง Lipstick Traces ล้วนอัดแน่นกันอยู่ในอัลบั้มชุดนี้ทั้งนั้น นับเป็นอัลบั้มฮาร์ดร็อคที่ลงตัวอย่างมากชุดหนึ่ง ไม่ว่าจะมองมาจากมุมของเมโลดี้ที่หนักแน่นแต่มีจังหวะจะโคนที่ชัดเจน หรือจากมุมของกีต้าร์โซโล่ที่ดุดันชัดแจ้ง สะใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความไหลรื่นน่าฟัง

งานอัลบั้มชุดนี้ถูกปั๊มออกมาครั้งแรกตั้งแต่ปี 1974 ในรูปแบบ CD (เบอร์แผ่น F2 21059) และในรูปแบบของแผ่นเสียง LP (เบอร์แผ่น 1059) โดยสังกัด Chrysalis Records ซึ่งเป็นต้นสังกัดแรกของอัลบั้มชุดนี้ และต่อมาสังกัด Capital Records ได้นำมาปั๊มแผ่นซีดีออกมาอีกครั้งในปี 1990 (ใช้เบอร์แผ่น F2 21059 ตามด้วย DIDX 2937) มาถึงปี 2000 สังกัด EMI Records สาขายุโรป ได้นำเอางานอัลบั้มชุดนี้มาทำการปั๊มเป็นแผ่นซีดีออกมาใหม่อีกครั้งในชื่อซีรี่ย์ว่า Classic Rock Series โดยครั้งนี้ได้ผ่านการ remastered ด้วยระบบดิจิตัลด้วย ซึ่งนับเป็นการทำ digital remastered ครั้งแรกสำหรับอัลบั้มชุดนี้

ปกแผ่นซีดีเวอร์ชั่นของ Chrysalis Records
เบอร์แผ่น F2 21059 (DIDX 2937)
ที่ผมต้องถือโอกาสหยิบเอางานอัลบั้มชุดนี้มาเขียนถึงก็เนื่องจากได้มีโอกาสฟังเปรียบเทียบกันระหว่างเวอร์ชั่นเก่าที่ปั๊มโดยสังกัด Chrysalis Records กับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ปั๊มโดย EMI Records แล้วพบว่า เวอร์ชั่นใหม่ของ EMI Records ที่ผ่านการรีมาสเตอร์ด้วยระบบดิจิตัลให้เสียงออกมาดีกว่าเวอร์ชั่นเก่ามาก.. มากชนิดที่พูดได้ว่า การรีมาสเตอร์ใหม่ของ EMI ครั้งนี้ได้ช่วย ‘คืนชีพ’ ให้กับงานอัลบั้มชุดนี้อีกครั้ง เมื่อฟังจากแผ่นที่เป็นเวอร์ชั่นของ EMI คุณจะพบว่า เสียงดนตรีทุกชิ้นรวมถึงเสียงร้องของ Phil Mogg จะมีพลังมากขึ้น หลุดโล่งเป็นอิสระจากอาการบีบอั้นของไดนามิกเร้นจ์มากขึ้น มีผลให้จังหวะและลีลาของเพลงมีความสด กระจ่างมากขึ้น สมกับลีลาของเพลงฮาร์ดร็อคที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเสียงกีต้าร์ของ Michael Shenker ที่พุ่งผ่านลำโพงออกมานั้น มันให้สำเนียงที่กรีดลึกมากขึ้น สะใจมากขึ้น และเป็นสำเนียงที่ดิบเถื่อนตามสไตล์ของกีต้าร์ Flame V ของ Dean อย่างที่ควรจะเป็น

ในฐานะของร็อคเกอร์ ต้องขอขอบคุณสังกัด EMI เป็นอย่างยิ่งกับการคืนชีวิตให้กับอัลบั้มฮาร์ดร็อคที่สุดแสนจะคลาสสิกชุดหนึ่งของปี ’70 ชุดนี้.
........................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น